ระบบไพโรไรซีส

ระบบการผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติกไพโรไรซีส (Pyrolysis)


เทคโนโลยี (Technology) เป็นกระบวนการหลอมละลายพลาสติกด้วยความร้อนประมาณ 420 องศาเซลเซียส ให้กลายเป็นของเหลวและเปลี่ยนสภาพเป็นก๊าซในถังปฏิกรณ์ซึ่งไม่ใช้ออกซิเจน (Pyrolysis) เมื่อก๊าซถูกทำให้เย็นตัวลงพร้อมปรับสภาพของก๊าซแล้วจะถูกส่งไปควบแน่นด้วยระบบหล่อเย็นจนเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนแก๊สที่ไม่ถูกกลั่นตัวจะถูกนำไปให้คามร้อนแก่หัวเผาก๊าซเพื่อให้ความร้อนแก่ตัวเอง สำหรับเถ้าที่เกิดขึ้นด้านล่างของถังปฎิกรณ์สามารถนำกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิงให้ห้องเผาไหม้ได้อีก



ขยะพลาสติก เป็นขยะปิโตรเลียม ที่เกิดจากทั้งภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม ที่ถูกทิ้งอยู่เป็นจํานวนมาก โดยขยะเหล่านี้ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติและเป็นภาระในการกําจัด ขยะพลาสติกโดยมากจะถูกคัดแยกแล้วนํากลับไปใช้ใหม่หรือรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกแล้วนํากลับมาใช้ใหม่ ถ้าวิเคราะห์ถึงโครงสร้างของขยะพลาสติก จะมีสารไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นสารองค์ประกอบหลักประเภทเดียวกับนํ้ามันเชื้อเพลิง ถ้าสามารถนําขยะพลาสติกที่มีอยู่มากมายเหล่านี้มาแปรรูปเปลี่ยนเป็นพลังงานเชื้อเพลิงได้ เราก็จะมีแหล่งวัตถุดิบพลังงานขนาดใหญ่ที่สามารถผลิตพลังงานเชื้อเพลิงทดแทนได้ จากการสำรวจพบว่าประเทศไทยมีขยะพลาสติกทั่วประเทศมากถึง 6,000-7,000 ตัน/วัน ซึ่งมีเพียงน้อยมากที่ถูกนำกลับมาใช้อีกในลักษณะต่างๆ

การนําขยะพลาสติกมาแปรรูปเป็นพลังงาน ด้วยกระบวนการไพโรไลซิสเป็นการ ลดปริมณขยะพลาสติกที่มีอยู่เป็นจํานวนมากในปัจจุบัน การนําขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นมาแปรรูปเป็นพลังงาน ทดแทนจะช่วยลดปัญหาได้หลายด้าน เช่น การจัดหาสถานที่สําหรับการฝังกลบขยะ ซึ่งนับวันจะหาได้ยาก ยิ่งขึ้นได้เป็นอย่างดี เพราะขยะพลาสติกเป็นขยะที่มีปริมาตรมาก แต่มีความหนาแน่นตํ่า ทําให้เปลืองเนื้อ ที่ในการฝังกลบ ทั้งยังช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่กําจัดยาก ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมเพราะขยะพลาสติกต้องใช้เวลาในการย่อยสลายนานเป็นร้อยปี และยังเป็นวัตถุดิบพลังงานทดแทนช่วยลดปัญหาวิกฤติพลังงานได้


การแปรรูปขยะพลาสติกให้เป็นน้ำมัน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ส่วนมากมีแหล่งกำเนิดจากปิโตรเลียมหรือกระบวนการปิโตรเคมี ซึ่งรวมถึงน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ในขยะจำพวกพลาสติกมีสารประกอบไฮโดรคาร์บอนซึ่งเป็นอง๕ประกอบเดียวกันกับสารประกอบในน้ำมัรปิโตรเลี่ยมถึง 50-60 % ดังนั้นขยะพลาสติกจึงเป็นแหล่งวัตถุดิบแหล่งใหญ่ที่เราสามารถนำมาแปรรูปกลับเป็นน้ำมันได้



ขยะพลาสติกที่ใช้ในกระบวนการไพโรไลซีสต้องเป็นประเภทเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ซึ่งเป็นชนิดที่ถูกความร้อนแล้วจะกลายเป็นของเหลวหรือหลอมเหลวได้  โดยที่ขยะพลาสติกหลายประเภทที่สามารถนำผลิตนำมันได้แต่อาจให้ผลผลิตและปริมาณที่ต่างกัน ได้แก่

1. พอลิเอทิลีน (Polyethylene : PE ) แบ่งเป็น HDPE , LDPE
ใช้ทำขวดใส่สารเคมี ขวดใส่นํ้า ลังหรือกล่องบรรจุสินค้า ภาชนะต่างๆ เครื่องเล่นของเด็ก ถุงเย็น ถาดทํานํ้าแข็ง ชิ้นส่วนแบตเตอรี่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ฉนวนไฟฟ้า ถุงใส่ของม แผ่นฟิล์มสําหรับห่อของ โต๊ะ-เก้าอี้ ฝาขวด เสื้อผ้า ตาข่าย ฯลฯ


พอลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง / High Density Polyethylene (HDPE)

High Density Polyethylene เรียกย่อว่า HDPE เป็นพลาสติกประเภทพอลิเอทิลีน (polyethylene, PE) ที่มีค่าความหนาแน่นสูง การเรียงตัวของโมเลกุลจะมี

กิ่งก้านมาก มีความหนาแน่นมาก HDPE มีความหนาแน่นประมาณ 0.941-0.965 g/cm3 นิยมใช้กันมากในการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก เช่น ขวด ถัง ถาด ถุงที่ ต้องการความแข็งแรงแต่ไม่ต้องการความใสมากนัก

  • ขุ่น แสงผ่านได้น้อยกว่า low density polyethylene (LDPE) และ LLDPE
  • สามารถใช้ได้กับผลิตภัณฑ์ที่เป็นกรดและด่าง ไม่ว่องไวต่อสารเคมี
  • มีความเหนียว ค่อนข้างนิ่ม ยืดหยุ่น ความต้านทานแรงต่างๆ ได้ดี ทนทานต่อแตกหรือการหักงอได้ดี มักใช้งานเป็นถุงที่ต้องรับน้ำหนักมาก ลัง ถัง ตะกร้า
  • ป้องกันการผ่านของอากาศได้ต่ำ จึงไม่เหมาะสำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ที่ใช้การอัดอากาศ
  • สามารถเพิ่มสีสันของขวดได้โดยไม่จำเป็นต้องเคลือบมัน สามารถพิมพ์สกรีนตกแต่งขวดได้
  • ทนความร้อนได้เล็กน้อย ควรบรรจุด้วยวิธีบรรจุแบบอุ่น (Warm filled: 80-100 องศาเซลเซียส)
  • สามารถทนความเย็นต่ำกว่าจุดเยือกแข็งได้ ใช้บรรจุอาหารแช่เยือกแข็ง (frozen food)
  • ป้องกันการซึมผ่านของความชื้นได้สูงมาก
  • การใช้ HDPE แทนที่ LDPE น้ำหนักของขวดสามารถลดลงได้มากกว่า 40% เนื่องจากสามารถเป่าขวดที่มีผิวได้บางมาก

2. พอลิสไตรีน (Polystyrene: PS)
ใช้ทำ ถ้วยจาน แก้วนํ้า ช้อนส้อม กล่องบรรจุอาหารและผลไม้เทียม ไม้บรรทัด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น ขวดหรือกระปุกใส่ยา เฟอร์นิเจอร์บางอย่าง ชิ้นส่วนในตู้เย็น โฟมกันแตกสําหรับบรรจุภัณฑ์ ฉนวนความร้อน ฯลฯ

www.vintageplasticsllc.com

3. พอลิโพรไพลีน (Polypropylene : PP)
ใช้ทำ กล่องเครื่องมือ ปกแฟ้มเอกสาร กล่องและตลับเครื่องสําอาง เครื่องใช้ในครัวเรือน กล่องบรรจุอาหาร วัสดุบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรม อุปกรณ์การแพทย์ ขวดใส่สารเคมี กระป๋องนํ้ามันเครื่อง กระสอบข้าว ถุงบรรจุปุ๋ย ถุงขยะ กล่อง CD ฯลฯ

www.vintageplasticsllc.com


ผลผลิตที่ได้จากกระบวนการไพโรไลซีส
กระบวนการไพโรไลซิสเป็นกระบวนการทำให้วัสดุสลายตัวด้วยความร้อนโดยปราศจาก ออกซิเจนเป็นกระบวนการหนึ่งที่นิยมใช้ในการแปรรูปขยะยางหรือพลาสติกให้มาอยู่ในรูป ของเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการไพโรไลซิสอยู่ในรูปของแก๊สน้ำมันและถ่านชาร์ ส่วนของถ่านชาร์ถูกใช้เป็นผงเขม่าดำคุณภาพต่ำ เชื้อเพลิงแข็ง หรืออาจกระตุ้นให้เป็นถ่านกัมมันต์ (Activated carbon) ได้

การแปรรูปขยะพลาสติกด้วยวิธีการไพโรไลซิสเป็นการเปลี่ยนโมเลกุลของพลาสติกให้เล็กลงด้วย ความร้อนสูงประมาณ 300 – 500 องศาเซลเซียส ในสภาวะไร้ออกซิเจนและใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา โดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษออกมาภายนอกซึ่งผลผลิตที่ได้คือ

1. น้ำมันไพโรไลซีส
ประมาณ 20-30% ประกอบด้วยน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตาและน้ำมันหนักผสมรวมกันอยู่ น้ำมันไพโรไลซิสสามารถนำมาใช้แทนน้ำมันดีเซลหมุนช้าได้ซึ่งใช้ในเครืองจักรกลทางการเกษตรและอื่นๆต้นทุนการผลิตต่ำกว่าน้ำมันที่จำหน่ายในท้องตลาด

2. ก๊าซไฮโรคาร์บอน (Hydrocarbon Gas)
ประมาณ 10-30% ก๊าซที่มีองค์ประกอบคล้ายก๊าซธรรมชาติแต่มีอัตราส่วนขององค์ประกอบที่แตกต่างกันออกไป เช่น ก๊าซมีเทน, โพรเพน, บิวเทน เป็นต้น ก๊าซที่ได้จะถูกพัดลมดูดป้อนกลับเข้าไปในเตาเชื้อเพลิงช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงอย่างอื่นที่ใช้ในตอนเริ่มแรก และหากมีก๊าซเหลือก็อาจบรรจุถังใช้เป็นก๊าซหุงต้มได้

3. ถ่านคาร์บอน
ประมาณ 30% อัดแท่งที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงแข็งได้มีค่าความร้อนสูงกว่าถ่านไม้ทั่วๆไป

สินค้าและบริการ
ผลงานที่ผ่านมา