Solarcell in Thailand

Sorry, this entry is only available in TH. For the sake of viewer convenience, the content is shown below in the alternative language. You may click the link to switch the active language.


ในประเทศไทย เริ่มมีการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อผลิตไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2526 จนถึงปี 2553 มียอดติดตั้งรวม 100.39 MW แจกจ่ายไฟฟ้า (เฉพาะเชื่อมกับสายส่งของ กฟผ แล้ว) ทั้งปี 2553 รวม 21.6 GWh หรือ 0.0134% ของปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด 161,350 GWh โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ผลิตไฟฟ้าได้ 2.2 GWh ผู้ผลิตรายย่อย 19.4 GWh

ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน 15 ปีนับจากปี 2552 กำหนดเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียนไว้ที่ 20.3% ของพลังงานทั้งหมด โดยมีสัดส่วนของพลังงานจากเซลล์แสงอาทิตย์อยู่ที่ 6% ดังนั้น ตามแผนงาน ในปี 2565 ประเทศไทยต้องมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยเซลล์แสงอาทิตย์มีกำลังการผลิตรวม 500 MW ตัวเลขในปี 2554 อยู่ระหว่างดำเนินการติดตั้ง 265 MW และอยู่ระหว่างการพิจารณาจาก กฟผ. อีก 336 MW

โรงไฟฟ้าที่สร้างที่จังหวัดลพบุรีด้วยเทคโนโลยี amorphous thin film ต้องใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ถึง 540,000 ชุด มีกำลังการผลิต 73 MWp จะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ระบบโฟโตโวลตาอิคส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก


ในปัจจุบันโดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ( กพช.) ได้เห็นชอบตามกรอบแผนพัฒนาพลังงานทดแทน 15 ปี พ.ศ.2551- พ.ศ.2565 โดยปรับเป้าหมายส่งเสริมพลังงานทดแทนผลิตไฟฟ้า ใน ปี 2565 เท่ากับ 5,608 MW โดยเป้าหมายของระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือ Solarcell อยู่ที่ 500 MW โดยผ่านความเห็นชอบให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ไปดำเนินการตามแผนต่อไป

ซึ่งปัจจุบันจะเห็นได้ว่าระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งแบบบนพื้นดิน(Solar farm)หรือบนหลังคา (Solar rooftop)ได้รับความสนใจจากภาคประชาชน ภาคเอกชน รวมถึงภาครัฐ ซึ่งนโยบายนี้รัฐบาลกำหนดให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ทั้งสามภาคส่วนคือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง รับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตได้ในอัตราราคาจูงใจซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 6.85 บาทต่อหน่วยเป็นเวลา 25 ปี สำหรับระบบ Solar rooftop ที่กำลังการติดตั้งไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ เป็นต้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การรับซื้อไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

 

เป็นที่คาดหมายกันว่าหากรัฐบาลดำเนินนโยบายที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาพลังงานทางเลือก ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ คาดว่าคงไม่นานเกินรอหลังคาของทุกครัวเรื่อนในประเทศไทยจะต้องติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เป็นแน่แท้ เพราะเท่าที่สัมผัสได้นั้นโครงการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์บนหลังคา เฟส1 สิ้นสุดลงวันที่ 30 สิงหาคม 2556 และ เฟสที่สองซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 นั้น ภาคประชาชนก็เริ่มตื่นตัวและเข้าใจในระบบฯกันมากขึ้นทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะว่าราคาแผงโซลาร์เซลล์เองก็ถูกลงเมื่อเทียบกับหลายสิบปีที่ผ่านมา รวมถึงการกำหนดนโยบายของรัฐผ่านหน่าวยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กกพ. กฟน. กฟภ. เพื่อให้เกิดเเรงจูงใจในการลุงทุน ที่ราคาขายมากกว่า 6.65 บาทต่อหน่วย(เฟสสอง)


Screen Shot 2015-08-14 at 6.16.23 PM
Screen Shot 2015-08-14 at 6.16.31 PM

Screen Shot 2015-09-01 at 2.50.29 PM

พลังงานทดแทนในอ้อมแขนของ คสช.

ที่มา: กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี